Xe thái

ครม.เห็นชอบลดภาษียานยนต์ไฟฟ้า ตั้งเป้าปี 65-66 สร้างแรงจูงใจใช้ในไทย

มาดูบทความ “รถยนต์ ลดหย่อนภาษี – ครม.เห็นชอบลดภาษียานยนต์ไฟฟ้า ตั้งเป้าปี 65-66 สร้างแรงจูงใจใช้ในไทย” ที่รวบรวมโดย Đại Lý Suzuki จากแหล่งต่างๆ บนอินเทอร์เน็ต ผู้แต่ง เรื่องเล่าเช้านี้ มียอดวิวสูงบนแพลตฟอร์มโซเชียลเน็ตเวิร์ก

การอ้างอิงวิดีโอ รถยนต์ ลดหย่อนภาษี – ครม.เห็นชอบลดภาษียานยนต์ไฟฟ้า ตั้งเป้าปี 65-66 สร้างแรงจูงใจใช้ในไทย

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ  รถยนต์ ลดหย่อนภาษี – ครม.เห็นชอบลดภาษียานยนต์ไฟฟ้า ตั้งเป้าปี 65-66 สร้างแรงจูงใจใช้ในไทย

ที่ประชุมครม.เห็นชอบมาตรการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งจะส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า 3 ประเภท ได้แก่ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และรถกระบะ โดยจะมีผลบังคับใช้ในเดือนพฤษภาคม และเมื่อผ่าน ครม. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะออกกฎหมายและทำสัญญากับบริษัทรถยนต์ที่เข้าร่วมโครงการ โดยแบ่งมาตรการออกเป็น 2 ช่วง คือ พ.ศ. 2565-2568 ส่งเสริมการใช้รถยนต์แบตเตอรี่ไฟฟ้า 3 กลุ่ม ได้แก่ 1. เงินอุดหนุนรถยนต์และรถกระบะ คันละ 70,000-150,000 บาท และรถจักรยานยนต์ คันละ 18,000 บาท; รถยนต์ตั้งแต่ 8% ถึง 2% และรถกระบะถึง 0% 3. ลดภาษีนำเข้ารถยนต์ที่ผลิตในต่างประเทศและนำเข้าทั้งคัน (CBU) สูงสุด 40% สำหรับรถยนต์จนถึงปี 2566 4. ยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับรถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทย ประเทศ (CKD) จำนวน 9 รายการ ผู้ผลิตรถยนต์ที่เข้าร่วมจะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข เช่น การผลิตค่าตอบแทนเท่ากับจำนวน CBU ที่นำเข้าในช่วงปี 2565-2566 ในปี 2567 แต่สามารถขยายได้จนถึงปี 2568 ต้องผลิตอัตราส่วน 1.5 เท่า (ตะกั่ว Enter 1 คัน ผลิต 1.5 คัน ) ผู้ใช้มีสิทธิผลิต BEV รุ่นใดก็ได้เพื่อชดเชย ยกเว้นรถยนต์ที่มีราคาขายปลีก 2-7 ล้านบาท จะต้องผลิตรุ่นเดียวกันกับที่นำเข้า ส่วนมาตรการรองรับรถยนต์ไฟฟ้ามี 3 ประเภท คือ รถยนต์ไฟฟ้าที่มีราคาขายปลีกแนะนำไม่เกิน 2 ล้านบาท (ผลิตและประกอบในประเทศ) ลดภาษีนำเข้าสูงสุด 40% (ปี 2565- 2566) ลดภาษีสรรพสามิตจาก 8% เป็น 2% (ปี 2565 – 2568) เงินอุดหนุน (ปี 2565-2568) 70,000 บาท (ขนาดแบตเตอรี่น้อยกว่า 30 kWh) 150,000 บาท (แบตเตอรี่ขนาด 30 kWh ขึ้นไป) และในปี 2567 จะต้อง ผลิตเพื่อชดเชยการป้อนในปี 2565-2566 โดยผลิตรถยนต์ EV รุ่นใด ๆ ด้วยราคาขายปลีกที่แนะนำ 2-7 ล้านบาทลดภาษีนำเข้าสูงสุด 20% (2565-2566) ลดภาษีสรรพสามิตจาก 8% ถึง 2% (ปี 2565-2568) แต่ต้องเลือกผลิตรถยนต์จากรุ่นหนึ่งที่นำมาให้ฉันเท่านั้นในปี 2565-2566 นายธนากรวังบุญคงชนะโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรีประกาศหลังการประชุม ครม. (ครม.) ที่ที่ประชุม ครม.เห็นชอบขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้ามุ่งผลักดันไทยแลนด์ d สัญญาเป็นฐานการผลิตที่จะกลายเป็น D Choice ของเอเชียด้วยมาตรการรวมถึงมาตรการภาษี และไม่ใช่การเก็บภาษีราคาแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์ สามารถแข่งขันกับรถยนต์ประเภทอื่นได้ ส่งเสริมการผลิตและการใช้รถยนต์ไฟฟ้าให้บรรลุเป้าหมาย การใช้ยานพาหนะที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ ในช่วง 1-2 ปีแรกของปี 2565 – 2566 จะเน้นไปที่การสร้างแรงจูงใจให้มีการใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่างแพร่หลายในประเทศโดยเร็วที่สุด ครอบคลุมการนำเข้ารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าทั้งคัน ยกเว้นอากรขาเข้าลดอัตราภาษีสรรพสามิตกรณีรถยนต์ รถกระบะ รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศ เพื่อจูงใจและดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของผู้ประกอบการในประเทศไทย ในช่วง 2 ปีข้างหน้า พ.ศ. 2567-2568 จะเน้นส่งเสริม การใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศเป็นหลัก ยกเว้น ยกเว้นการลดอากรขาเข้าสำหรับรถยนต์สำเร็จรูปทั้งคัน แต่ยังคงมาตรการลดภาษีและลดอัตราภาษีสรรพสามิต ได้รับเงินอุดหนุนตามเงื่อนไขที่กำหนดในอนาคต จะเพิ่มต้นทุนของรถไฟฟ้าทั้งขบวนที่นำเข้าให้สูงกว่ารถยนต์ไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์ที่ผลิตในประเทศ เพื่อรองรับกระแสความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : —————- ——— #ข่าวเช้า 16 กุมภาพันธ์ 2565 ติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสารก่อนใคร ใครอยู่ที่นี่ ch3plus : facebook : Twitter : YouTube : .

ค้นหาบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมเกี่ยวกับคีย์เวิร์ด รถยนต์ ลดหย่อนภาษี

ด้านล่างนี้คือผลการค้นหาสำหรับคำหลัก “รถยนต์ ลดหย่อนภาษี” จากหน้า Wikipedia ThaiLand ที่มีการค้นหามากที่สุดใน Google

ดูโพสต์ที่เจาะจงมากขึ้น

 รูปภาพของ รถยนต์ ลดหย่อนภาษี

ครม.เห็นชอบลดภาษียานยนต์ไฟฟ้า ตั้งเป้าปี 65-66 สร้างแรงจูงใจใช้ในไทย
รถยนต์ ลดหย่อนภาษี

แหล่งที่มาของวิดีโอ ครม.เห็นชอบลดภาษียานยนต์ไฟฟ้า ตั้งเป้าปี 65-66 สร้างแรงจูงใจใช้ในไทย

https://www.youtube.com/watch?v=bBe_hooeL_w

เพิ่มเติมเกี่ยวกับ ครม.เห็นชอบลดภาษียานยนต์ไฟฟ้า ตั้งเป้าปี 65-66 สร้างแรงจูงใจใช้ในไทย

  • ผู้แต่ง: เรื่องเล่าเช้านี้
  • จำนวนการดู: 12165
  • อัตรา: 5.00
  • ชอบ: 130
  • ไม่ชอบ:
  • ค้นหาคำสำคัญ: เรื่องเล่าเช้านี้,กรุงเทพ,เอกราช,ข่าวเด่น,ย้อนหลัง,ดูรายการย้อนหลัง,รายการทีวี,ทีวีย้อนหลัง,ข่าว,ข่าววันนี้,ข่าว3,นักข่าว,ช่อง3,เรื่องเล่า,morning-news,เว็บไซต์,ข่าวเด่นวันนี้,คลิป,รายการย้อนหลัง,แฟนข่าว,คลิปข่าว,ข่าวด่วน,2563,เรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์,ข่าวช่อง3,เรื่องเล่าเช้านี้สด,ไบรท์,ไก่ ภาษิต,ch3thailand,ไบรท์ พิชญทัฬห์,สรยุทธสุทัศนจินดา,สรยุทธ,ไฟฟ้า,รถไฟฟ้า,ภาษีรถไฟฟ้า,สนับสนุนรถไฟฟ้า
  • คีย์เวิร์ดอื่นๆ: รถยนต์ ลดหย่อนภาษี
  • คำอธิบายวิดีโอ: ที่ประชุมครม.เห็นชอบมาตรการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งจะส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า 3 ประเภท ได้แก่ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และรถกระบะ โดยจะมีผลบังคับใช้ในเดือนพฤษภาคม และเมื่อผ่าน ครม. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะออกกฎหมายและทำสัญญากับบริษัทรถยนต์ที่เข้าร่วมโครงการ โดยแบ่งมาตรการออกเป็น 2 ช่วง คือ พ.ศ. 2565-2568 ส่งเสริมการใช้รถยนต์แบตเตอรี่ไฟฟ้า 3 กลุ่ม ได้แก่ 1. เงินอุดหนุนรถยนต์และรถกระบะ คันละ 70,000-150,000 บาท และรถจักรยานยนต์ คันละ 18,000 บาท; รถยนต์ตั้งแต่ 8% ถึง 2% และรถกระบะถึง 0% 3. ลดภาษีนำเข้ารถยนต์ที่ผลิตในต่างประเทศและนำเข้าทั้งคัน (CBU) สูงสุด 40% สำหรับรถยนต์จนถึงปี 2566 4. ยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับรถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทย ประเทศ (CKD) จำนวน 9 รายการ ผู้ผลิตรถยนต์ที่เข้าร่วมจะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข เช่น การผลิตค่าตอบแทนเท่ากับจำนวน CBU ที่นำเข้าในช่วงปี 2565-2566 ในปี 2567 แต่สามารถขยายได้จนถึงปี 2568 ต้องผลิตอัตราส่วน 1.5 เท่า (ตะกั่ว Enter 1 คัน ผลิต 1.5 คัน ) ผู้ใช้มีสิทธิผลิต BEV รุ่นใดก็ได้เพื่อชดเชย ยกเว้นรถยนต์ที่มีราคาขายปลีก 2-7 ล้านบาท จะต้องผลิตรุ่นเดียวกันกับที่นำเข้า ส่วนมาตรการรองรับรถยนต์ไฟฟ้ามี 3 ประเภท คือ รถยนต์ไฟฟ้าที่มีราคาขายปลีกแนะนำไม่เกิน 2 ล้านบาท (ผลิตและประกอบในประเทศ) ลดภาษีนำเข้าสูงสุด 40% (ปี 2565- 2566) ลดภาษีสรรพสามิตจาก 8% เป็น 2% (ปี 2565 – 2568) เงินอุดหนุน (ปี 2565-2568) 70,000 บาท (ขนาดแบตเตอรี่น้อยกว่า 30 kWh) 150,000 บาท (แบตเตอรี่ขนาด 30 kWh ขึ้นไป) และในปี 2567 จะต้อง ผลิตเพื่อชดเชยการป้อนในปี 2565-2566 โดยผลิตรถยนต์ EV รุ่นใด ๆ ด้วยราคาขายปลีกที่แนะนำ 2-7 ล้านบาทลดภาษีนำเข้าสูงสุด 20% (2565-2566) ลดภาษีสรรพสามิตจาก 8% ถึง 2% (ปี 2565-2568) แต่ต้องเลือกผลิตรถยนต์จากรุ่นหนึ่งที่นำมาให้ฉันเท่านั้นในปี 2565-2566 นายธนากรวังบุญคงชนะโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรีประกาศหลังการประชุม ครม. (ครม.) ที่ที่ประชุม ครม.เห็นชอบขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้ามุ่งผลักดันไทยแลนด์ d สัญญาเป็นฐานการผลิตที่จะกลายเป็น D Choice ของเอเชียด้วยมาตรการรวมถึงมาตรการภาษี และไม่ใช่การเก็บภาษีราคาแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์ สามารถแข่งขันกับรถยนต์ประเภทอื่นได้ ส่งเสริมการผลิตและการใช้รถยนต์ไฟฟ้าให้บรรลุเป้าหมาย การใช้ยานพาหนะที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ ในช่วง 1-2 ปีแรกของปี 2565 – 2566 จะเน้นไปที่การสร้างแรงจูงใจให้มีการใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่างแพร่หลายในประเทศโดยเร็วที่สุด ครอบคลุมการนำเข้ารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าทั้งคัน ยกเว้นอากรขาเข้าลดอัตราภาษีสรรพสามิตกรณีรถยนต์ รถกระบะ รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศ เพื่อจูงใจและดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของผู้ประกอบการในประเทศไทย ในช่วง 2 ปีข้างหน้า พ.ศ. 2567-2568 จะเน้นส่งเสริม การใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศเป็นหลัก ยกเว้น ยกเว้นการลดอากรขาเข้าสำหรับรถยนต์สำเร็จรูปทั้งคัน แต่ยังคงมาตรการลดภาษีและลดอัตราภาษีสรรพสามิต ได้รับเงินอุดหนุนตามเงื่อนไขที่กำหนดในอนาคต จะเพิ่มต้นทุนของรถไฟฟ้าทั้งขบวนที่นำเข้าให้สูงกว่ารถยนต์ไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์ที่ผลิตในประเทศ เพื่อรองรับกระแสความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : —————- ——— #ข่าวเช้า 16 กุมภาพันธ์ 2565 ติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสารก่อนใคร ใครอยู่ที่นี่ ch3plus : facebook : Twitter : YouTube : .

ที่ประชุมครม.เห็นชอบมาตรการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งจะส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า 3 ประเภท ได้แก่ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และรถกระบะ โดยจะมีผลบังคับใช้ในเดือนพฤษภาคม และเมื่อผ่าน ครม. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะออกกฎหมายและทำสัญญากับบริษัทรถยนต์ที่เข้าร่วมโครงการ โดยแบ่งมาตรการออกเป็น 2 ช่วง คือ พ.ศ. 2565-2568 ส่งเสริมการใช้รถยนต์แบตเตอรี่ไฟฟ้า 3 กลุ่ม ได้แก่ 1. เงินอุดหนุนรถยนต์และรถกระบะ คันละ 70,000-150,000 บาท และรถจักรยานยนต์ คันละ 18,000 บาท; รถยนต์ตั้งแต่ 8% ถึง 2% และรถกระบะถึง 0% 3. ลดภาษีนำเข้ารถยนต์ที่ผลิตในต่างประเทศและนำเข้าทั้งคัน (CBU) สูงสุด 40% สำหรับรถยนต์จนถึงปี 2566 4. ยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับรถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทย ประเทศ (CKD) จำนวน 9 รายการ ผู้ผลิตรถยนต์ที่เข้าร่วมจะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข เช่น การผลิตค่าตอบแทนเท่ากับจำนวน CBU ที่นำเข้าในช่วงปี 2565-2566 ในปี 2567 แต่สามารถขยายได้จนถึงปี 2568 ต้องผลิตอัตราส่วน 1.5 เท่า (ตะกั่ว Enter 1 คัน ผลิต 1.5 คัน ) ผู้ใช้มีสิทธิผลิต BEV รุ่นใดก็ได้เพื่อชดเชย ยกเว้นรถยนต์ที่มีราคาขายปลีก 2-7 ล้านบาท จะต้องผลิตรุ่นเดียวกันกับที่นำเข้า ส่วนมาตรการรองรับรถยนต์ไฟฟ้ามี 3 ประเภท คือ รถยนต์ไฟฟ้าที่มีราคาขายปลีกแนะนำไม่เกิน 2 ล้านบาท (ผลิตและประกอบในประเทศ) ลดภาษีนำเข้าสูงสุด 40% (ปี 2565- 2566) ลดภาษีสรรพสามิตจาก 8% เป็น 2% (ปี 2565 – 2568) เงินอุดหนุน (ปี 2565-2568) 70,000 บาท (ขนาดแบตเตอรี่น้อยกว่า 30 kWh) 150,000 บาท (แบตเตอรี่ขนาด 30 kWh ขึ้นไป) และในปี 2567 จะต้อง ผลิตเพื่อชดเชยการป้อนในปี 2565-2566 โดยผลิตรถยนต์ EV รุ่นใด ๆ ด้วยราคาขายปลีกที่แนะนำ 2-7 ล้านบาทลดภาษีนำเข้าสูงสุด 20% (2565-2566) ลดภาษีสรรพสามิตจาก 8% ถึง 2% (ปี 2565-2568) แต่ต้องเลือกผลิตรถยนต์จากรุ่นหนึ่งที่นำมาให้ฉันเท่านั้นในปี 2565-2566 นายธนากรวังบุญคงชนะโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรีประกาศหลังการประชุม ครม. (ครม.) ที่ที่ประชุม ครม.เห็นชอบขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้ามุ่งผลักดันไทยแลนด์ d สัญญาเป็นฐานการผลิตที่จะกลายเป็น D Choice ของเอเชียด้วยมาตรการรวมถึงมาตรการภาษี และไม่ใช่การเก็บภาษีราคาแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์ สามารถแข่งขันกับรถยนต์ประเภทอื่นได้ ส่งเสริมการผลิตและการใช้รถยนต์ไฟฟ้าให้บรรลุเป้าหมาย การใช้ยานพาหนะที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ ในช่วง 1-2 ปีแรกของปี 2565 – 2566 จะเน้นไปที่การสร้างแรงจูงใจให้มีการใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่างแพร่หลายในประเทศโดยเร็วที่สุด ครอบคลุมการนำเข้ารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าทั้งคัน ยกเว้นอากรขาเข้าลดอัตราภาษีสรรพสามิตกรณีรถยนต์ รถกระบะ รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศ เพื่อจูงใจและดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของผู้ประกอบการในประเทศไทย ในช่วง 2 ปีข้างหน้า พ.ศ. 2567-2568 จะเน้นส่งเสริม การใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศเป็นหลัก ยกเว้น ยกเว้นการลดอากรขาเข้าสำหรับรถยนต์สำเร็จรูปทั้งคัน แต่ยังคงมาตรการลดภาษีและลดอัตราภาษีสรรพสามิต ได้รับเงินอุดหนุนตามเงื่อนไขที่กำหนดในอนาคต จะเพิ่มต้นทุนของรถไฟฟ้าทั้งขบวนที่นำเข้าให้สูงกว่ารถยนต์ไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์ที่ผลิตในประเทศ เพื่อรองรับกระแสความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : —————- ——— #ข่าวเช้า 16 กุมภาพันธ์ 2565 ติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสารก่อนใคร ใครอยู่ที่นี่ ch3plus : facebook : Twitter : YouTube : .

ที่ประชุมครม.เห็นชอบมาตรการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งจะส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า 3 ประเภท ได้แก่ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และรถกระบะ โดยจะมีผลบังคับใช้ในเดือนพฤษภาคม และเมื่อผ่าน ครม. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะออกกฎหมายและทำสัญญากับบริษัทรถยนต์ที่เข้าร่วมโครงการ โดยแบ่งมาตรการออกเป็น 2 ช่วง คือ พ.ศ. 2565-2568 ส่งเสริมการใช้รถยนต์แบตเตอรี่ไฟฟ้า 3 กลุ่ม ได้แก่ 1. เงินอุดหนุนรถยนต์และรถกระบะ คันละ 70,000-150,000 บาท และรถจักรยานยนต์ คันละ 18,000 บาท; รถยนต์ตั้งแต่ 8% ถึง 2% และรถกระบะถึง 0% 3. ลดภาษีนำเข้ารถยนต์ที่ผลิตในต่างประเทศและนำเข้าทั้งคัน (CBU) สูงสุด 40% สำหรับรถยนต์จนถึงปี 2566 4. ยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับรถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทย ประเทศ (CKD) จำนวน 9 รายการ ผู้ผลิตรถยนต์ที่เข้าร่วมจะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข เช่น การผลิตค่าตอบแทนเท่ากับจำนวน CBU ที่นำเข้าในช่วงปี 2565-2566 ในปี 2567 แต่สามารถขยายได้จนถึงปี 2568 ต้องผลิตอัตราส่วน 1.5 เท่า (ตะกั่ว Enter 1 คัน ผลิต 1.5 คัน ) ผู้ใช้มีสิทธิผลิต BEV รุ่นใดก็ได้เพื่อชดเชย ยกเว้นรถยนต์ที่มีราคาขายปลีก 2-7 ล้านบาท จะต้องผลิตรุ่นเดียวกันกับที่นำเข้า ส่วนมาตรการรองรับรถยนต์ไฟฟ้ามี 3 ประเภท คือ รถยนต์ไฟฟ้าที่มีราคาขายปลีกแนะนำไม่เกิน 2 ล้านบาท (ผลิตและประกอบในประเทศ) ลดภาษีนำเข้าสูงสุด 40% (ปี 2565- 2566) ลดภาษีสรรพสามิตจาก 8% เป็น 2% (ปี 2565 – 2568) เงินอุดหนุน (ปี 2565-2568) 70,000 บาท (ขนาดแบตเตอรี่น้อยกว่า 30 kWh) 150,000 บาท (แบตเตอรี่ขนาด 30 kWh ขึ้นไป) และในปี 2567 จะต้อง ผลิตเพื่อชดเชยการป้อนในปี 2565-2566 โดยผลิตรถยนต์ EV รุ่นใด ๆ ด้วยราคาขายปลีกที่แนะนำ 2-7 ล้านบาทลดภาษีนำเข้าสูงสุด 20% (2565-2566) ลดภาษีสรรพสามิตจาก 8% ถึง 2% (ปี 2565-2568) แต่ต้องเลือกผลิตรถยนต์จากรุ่นหนึ่งที่นำมาให้ฉันเท่านั้นในปี 2565-2566 นายธนากรวังบุญคงชนะโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรีประกาศหลังการประชุม ครม. (ครม.) ที่ที่ประชุม ครม.เห็นชอบขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้ามุ่งผลักดันไทยแลนด์ d สัญญาเป็นฐานการผลิตที่จะกลายเป็น D Choice ของเอเชียด้วยมาตรการรวมถึงมาตรการภาษี และไม่ใช่การเก็บภาษีราคาแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์ สามารถแข่งขันกับรถยนต์ประเภทอื่นได้ ส่งเสริมการผลิตและการใช้รถยนต์ไฟฟ้าให้บรรลุเป้าหมาย การใช้ยานพาหนะที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ ในช่วง 1-2 ปีแรกของปี 2565 – 2566 จะเน้นไปที่การสร้างแรงจูงใจให้มีการใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่างแพร่หลายในประเทศโดยเร็วที่สุด ครอบคลุมการนำเข้ารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าทั้งคัน ยกเว้นอากรขาเข้าลดอัตราภาษีสรรพสามิตกรณีรถยนต์ รถกระบะ รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศ เพื่อจูงใจและดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของผู้ประกอบการในประเทศไทย ในช่วง 2 ปีข้างหน้า พ.ศ. 2567-2568 จะเน้นส่งเสริม การใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศเป็นหลัก ยกเว้น ยกเว้นการลดอากรขาเข้าสำหรับรถยนต์สำเร็จรูปทั้งคัน แต่ยังคงมาตรการลดภาษีและลดอัตราภาษีสรรพสามิต ได้รับเงินอุดหนุนตามเงื่อนไขที่กำหนดในอนาคต จะเพิ่มต้นทุนของรถไฟฟ้าทั้งขบวนที่นำเข้าให้สูงกว่ารถยนต์ไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์ที่ผลิตในประเทศ เพื่อรองรับกระแสความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : —————- ——— #ข่าวเช้า 16 กุมภาพันธ์ 2565 ติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสารก่อนใคร ใครอยู่ที่นี่ ch3plus : facebook : Twitter : YouTube : .

ที่ประชุมครม.เห็นชอบมาตรการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งจะส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า 3 ประเภท ได้แก่ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และรถกระบะ โดยจะมีผลบังคับใช้ในเดือนพฤษภาคม และเมื่อผ่าน ครม. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะออกกฎหมายและทำสัญญากับบริษัทรถยนต์ที่เข้าร่วมโครงการ โดยแบ่งมาตรการออกเป็น 2 ช่วง คือ พ.ศ. 2565-2568 ส่งเสริมการใช้รถยนต์แบตเตอรี่ไฟฟ้า 3 กลุ่ม ได้แก่ 1. เงินอุดหนุนรถยนต์และรถกระบะ คันละ 70,000-150,000 บาท และรถจักรยานยนต์ คันละ 18,000 บาท; รถยนต์ตั้งแต่ 8% ถึง 2% และรถกระบะถึง 0% 3. ลดภาษีนำเข้ารถยนต์ที่ผลิตในต่างประเทศและนำเข้าทั้งคัน (CBU) สูงสุด 40% สำหรับรถยนต์จนถึงปี 2566 4. ยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับรถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทย ประเทศ (CKD) จำนวน 9 รายการ ผู้ผลิตรถยนต์ที่เข้าร่วมจะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข เช่น การผลิตค่าตอบแทนเท่ากับจำนวน CBU ที่นำเข้าในช่วงปี 2565-2566 ในปี 2567 แต่สามารถขยายได้จนถึงปี 2568 ต้องผลิตอัตราส่วน 1.5 เท่า (ตะกั่ว Enter 1 คัน ผลิต 1.5 คัน ) ผู้ใช้มีสิทธิผลิต BEV รุ่นใดก็ได้เพื่อชดเชย ยกเว้นรถยนต์ที่มีราคาขายปลีก 2-7 ล้านบาท จะต้องผลิตรุ่นเดียวกันกับที่นำเข้า ส่วนมาตรการรองรับรถยนต์ไฟฟ้ามี 3 ประเภท คือ รถยนต์ไฟฟ้าที่มีราคาขายปลีกแนะนำไม่เกิน 2 ล้านบาท (ผลิตและประกอบในประเทศ) ลดภาษีนำเข้าสูงสุด 40% (ปี 2565- 2566) ลดภาษีสรรพสามิตจาก 8% เป็น 2% (ปี 2565 – 2568) เงินอุดหนุน (ปี 2565-2568) 70,000 บาท (ขนาดแบตเตอรี่น้อยกว่า 30 kWh) 150,000 บาท (แบตเตอรี่ขนาด 30 kWh ขึ้นไป) และในปี 2567 จะต้อง ผลิตเพื่อชดเชยการป้อนในปี 2565-2566 โดยผลิตรถยนต์ EV รุ่นใด ๆ ด้วยราคาขายปลีกที่แนะนำ 2-7 ล้านบาทลดภาษีนำเข้าสูงสุด 20% (2565-2566) ลดภาษีสรรพสามิตจาก 8% ถึง 2% (ปี 2565-2568) แต่ต้องเลือกผลิตรถยนต์จากรุ่นหนึ่งที่นำมาให้ฉันเท่านั้นในปี 2565-2566 นายธนากรวังบุญคงชนะโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรีประกาศหลังการประชุม ครม. (ครม.) ที่ที่ประชุม ครม.เห็นชอบขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้ามุ่งผลักดันไทยแลนด์ d สัญญาเป็นฐานการผลิตที่จะกลายเป็น D Choice ของเอเชียด้วยมาตรการรวมถึงมาตรการภาษี และไม่ใช่การเก็บภาษีราคาแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์ สามารถแข่งขันกับรถยนต์ประเภทอื่นได้ ส่งเสริมการผลิตและการใช้รถยนต์ไฟฟ้าให้บรรลุเป้าหมาย การใช้ยานพาหนะที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ ในช่วง 1-2 ปีแรกของปี 2565 – 2566 จะเน้นไปที่การสร้างแรงจูงใจให้มีการใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่างแพร่หลายในประเทศโดยเร็วที่สุด ครอบคลุมการนำเข้ารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าทั้งคัน ยกเว้นอากรขาเข้าลดอัตราภาษีสรรพสามิตกรณีรถยนต์ รถกระบะ รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศ เพื่อจูงใจและดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของผู้ประกอบการในประเทศไทย ในช่วง 2 ปีข้างหน้า พ.ศ. 2567-2568 จะเน้นส่งเสริม การใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศเป็นหลัก ยกเว้น ยกเว้นการลดอากรขาเข้าสำหรับรถยนต์สำเร็จรูปทั้งคัน แต่ยังคงมาตรการลดภาษีและลดอัตราภาษีสรรพสามิต ได้รับเงินอุดหนุนตามเงื่อนไขที่กำหนดในอนาคต จะเพิ่มต้นทุนของรถไฟฟ้าทั้งขบวนที่นำเข้าให้สูงกว่ารถยนต์ไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์ที่ผลิตในประเทศ เพื่อรองรับกระแสความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : —————- ——— #ข่าวเช้า 16 กุมภาพันธ์ 2565 ติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสารก่อนใคร ใครอยู่ที่นี่ ch3plus : facebook : Twitter : YouTube : .

แหล่งรวม: Đại lý Suzuki

#ครมเหนชอบลดภาษยานยนตไฟฟา #ตงเปาป #สรางแรงจงใจใชในไทย

15 Comments

  1. รถไฟฟ้าควรจะรอไว้ก่อน เราควรเร่งซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์เสริมสร้างความมั่นคงของชาติซึ่งสำคัญมากกว่า ส่วนงบประมาณน้ำมันของกองทัพรวมถึงน้ำมันสวัสดิการที่ให้ทหารยศต่างๆเบิกใช้ได้ตลอดก็ใช้เพื่อการทำงานทั้งนั้น ประเทศไทยยังขาดเครื่องบินรบที่ทันสมัยที่สุดรถถังและเรือรบอีกเยอะ กองทัพไทยตอนนี้ล้าหลังมากๆๆๆๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ …. มีแต่พวกชังชาติเท่านั้นที่ต่อต้าน เลือกตั้งครั้งต่อไปขอให้รัฐบาลได้กลับมาสานต่อ เพราะเราทำเพื่อประชาชนจริงๆ

  2. ภาษีรถยนต์ในประเทศไทย ไม่มีชาติใดในโลกเทียบได้ จงภูมิใจในความเป็นไทย กันถ้วนทั่วสิ้นการละนานเทอญ สาธุ

  3. เริ่มแคมเปญนี้เมื่อไหร่ พอทราบมั้ยครับ หาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ใหน เงินอุดหนุนเบิก/ติดต่อที่ใหน

  4. ภาษีน้ำมันเป็นตัวนำเงินของรัฐบาลไทย เอาแค่รถNGVหยังไปไม่รอด

  5. รถติดอย่างไทย รถดับกลางถนน กลางทางด่วนระวังเด้อ นอร์เวย์เจอมาแล้ว หิมะตก รถไฟฟ้าจอดดับที่ทางด่วนยาวเพราะมีอุบัติเหตุบนทางด่วนข่าวลงดังมากจร้า ขับๆอยู่ต้องหาปั้มจอด1 ชม เพื่อเติมไฟฟ้า จุดเติมไฟได้ประโยชน์เพราะจุดเติมเป็นแหล่งพักรถ ซีอปปิ้ง ตามห้าง จะครึกคัก

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai.

Back to top button